หนู ของพระคเณศ



หนู ของพระคเณศ
เป็นที่ได้พบเห็นกันบ่อยมาก ตามประติมากรรม ต่างๆ ขององค์พระคเณศ จะมี หนู อยู่ด้วย  หนูนั้น มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงมาอยู่กับพระคเณศได้ เรื่องเล่า  มีอยู่มากมายหลายตำนาน แต่ที่เป็นที่นิยมบอกเล่ากัน ก็มีไม่มากไม่น้อย เช่น



เรื่องของอสูร ที่ชื่อว่า อสูรภังคี  อสูรช้างน้ำ มีบริวารร่วมโกฏิแสน คอยรุกราน เหล่ามวลมนุษย์ และเหล่าเทวดาอยู่เป็นนิจ  จะร้อนไปถึงองค์พระคเณศ เสด็จลงมาปราอสูรภังคี นี้ พระองค์เสด็จมา ด้วยร่างกายอันใหญ่โต พร้อม ตวาดเสียงใส่อสูรภังคี ให้อสูรนั้นหยุดทำชั่วช้าต่างๆ ที่กระทำอยู่ ไม่เช่นนั้นพระองค์จะสังหารเสีย  อสูรภังคีได้ยินเสียงอันดังกังวาลขององค์พระคเณศ จึงเกิดความกลัวขึ้น รีบเข้าไปขอขมา ต่อองค์พระคเณศ และขอให้พระองค์ยกโทษให้  พระคเณศ ให้พรตามที่ขอ  อสูรภังคี จึงขอถวายตัวเป็นข้าพรับใช้องค์พระคเณศ โดยจำแลงร่างเป็น หนู  อยู่คอยรับใช้พระคเณศเรื่อยมา  (ยังมีอีกหลายตำนาน ที่มีโคลงเรื่องเช่นนี้ แต่ชื่อของปิศาจ หรืออสูร แตกต่างกันไป)

บางตำนาน กล่าวไว้ว่า หนูตัวนี้ เป็นราชาหนู ที่อาศัยอยู่ ณ เชิงเขาไกรลาส คอยเป็นเพื่อนเล่น ให้องค์พระคเณศ ตั้งแต่สมัยพระองค์ยังเด็ก และ เป็นข้ารับใช้คนสนิทของพระองค์

-----------------------------------------------------------------------------

ในเชิงวิชาการ เชื่อว่า สมัยก่อน มนุษย์เรา บูชาสัตว์ต่างๆเป็นเทพเจ้า ช้าง นก หนู สิงโต เสือ ฯลฯ  และมีการสงครามกันอย่างต่อเนื่อง ผู้ใดชนะ ย่อมเป็นเจ้า ผู้แพ้ย่อมเป็นทาส  เชื่อว่า ชนเผ่าที่บูชาช้าง ชนะชนเผ่าที่บูชาหนู  จึงเกิดเป็น ประติมากรรมลักษณะนี้ขึ้นมา

------------------------------------------------------------------------------

ในการตีความ พระคเณศ กับหนู  สามารถตีความได้หลายทรรศนคติ

1.พระคเณศ เป็นเทพเจ้า  เปรียบเสมือน สีขาว  ความดี แสดงสว่าง
หนูเป็นตัวแทน ของปิศาจ เปรียบเสมือน สีดำ ความชั่ว ความมืด
เปรียบดัง หยิงหยาง มีขาวย่อมมีดำ อยู่คู่ด้วยเสมอ

2.ยังเปรียบได้ถึง ความไม่มีตัวตนที่แท้จริงขององค์พระคเณศ คือไม่มีรูปลักษณ์ ร่างกาย หรือตัวตนที่แน่นอน พระองค์ทรงมีวรกายอันใหญ่โต แต่มีหนูตัวนิดเดียวเป็นพาหนะ

ฯลฯ อีกมากมายแล้วแต่ผู้พบเห็นจะตีความได้



ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเรื่องเล่า หรือตำนาน หรือเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ของฮินดู
แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ไม่ได้มีการกล่าวถึงเลยว่า “หนู” ตัวนี้ มี “ชื่อ” เรียกว่า อะไร
ปกติแล้ว จะถูกเรียกว่าเป็นภาษาสันสกฤตว่า  “มูสิกะ” (mūṣaka)  มีความหมายคือ “หนู” นั้นเอง   พระคเณศทรงมีพระนามนึงว่า “มูชักกะวาหานา” (Mūṣakavāhana) มีความหายคือ “ผู้ที่มีหนูเป็นพาหนะ”  
------------------------------------------------------------------------------------------

ในบ้านเรา มีผู้คนมากมาย ที่นับถือในองค์พระคเณศ และมีข้อสงสัย ต่างๆนานๆ รวมไปถึง ข้อสงสัยที่ว่า “หนู” ของพระคเณศ ชื่ออะไร  มีผู้ที่เหมือนจะรู้ ได้ตอบไว้ว่า หนูของพระคเณศนั้น ชื่อว่า  “มูสิกะ”  O_O~ ตึ่งโป๊ะ ก็ใช่นะสิ  แต่มันผิดนะ “มูสิกะ แปลว่าหนู”  ไม่ใช่ชื่อหนู   คนอินเดีย เค้าเรียกหนูว่า มูสิกะอยู่แล้วนะ ยังมีการเรียกอื่นๆอีก  มูสิกะ มุสิกะ มูชักกะ มูชักกะวา มูชักคราช ซึ่งก็แปลว่า “หนู” ทั้งหมด แต่ออกเสียงคนละแบบ แล้วแต่พื้นที่ แค่นั้นเอง   และในไทยเรา ถ้าเราไปค้านหาในพจนานุกรม คำว่า “มูสิกะ” ก็แปลว่า “หนู”  เช่นกันครับ
บางเพจ บางวัด เล่นฟันธงลงมาเลย “หนู พระคเณศ ชื่อ มูสิกะ”  ก็อยากถามเค้านะว่า แน่ใจแล้วหรอถึงกล้าฟันธงลงไปแบบนั้น??? 


จริงๆ ถามว่า จำเป็นไหม ที่ต้องรู้จักชื่อของหนู  ถ้า เทวรูปพระคเณศ มี หนู อยู่ด้วย หนึ่งตัว คุณเรียกหนูตัวนั้นว่า “มูสิกะ”  แล้วถ้า เทวรูปพระคเณศ มีหนูอยู่ด้วยหลายๆตัว คุณจะเรียกหนูเหล่านั้นว่า อะไร “มูสิกะที่ 1  ที่ 2 ที่ 3 ..........”  อย่างนั้นหรือ

ผมไปอินเดียมา ก็หลายครั้งหลายคราวมาก ไปตั้งแต่เหนือจรดใต้  ก็ไม่เห็นคนอินเดีย เค้าจะเถียงกันเรื่องชื่อของหนู หรือเอาเรื่องนี้มาเป็น ประเด็นแบบในบ้านเรานะ เค้ารับรู้กันแค่ว่า “หนูของพระคเณศ” ก็คือ “หนูของพระคเณศ” มีหน้าที่เป็นพาหนะ เป็นข้ารับใช้ ของพระองค์ นั้นคือ “หนูของพระคเณศ”  อย่าเขว อย่าสับสน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย ที่ต้องมาเถียงกันเพื่อสิ่งนี้ เอาเวลาไปหมั่นทำสมาธิ สวดมนต์ ภวนา เจริญสติ ยังจะดีซะกว่า



สรุปโดยรวมได้ว่า คำว่า “มูสิกะ” เป็นภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า “หนู”
คนไทย เรียก “หนู”  ฝรั่งเรียก mouse  หรือ rat
แต่ถ้าคุณจะตั้งชื่อเรียก ให้หนู ของพระคเณศ สำหรับเทวรูปของคุณเอง
อันนั้น ก็แล้วแต่คุณ สามารถทำได้ ไม่ผิด แต่ก็ไม่ต้องไปบอกให้ใครเค้าเพราะเดียวเค้าจะเข้าใจผิด ว่าหนูของพระคเณศ มีชื่อตามที่คุณตั้ง นะครับ

Admin Mix
15.25
5/02/2558

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คณปติเทพ 108 พระนาม

สีพระวรกาย ขององค์พระคเณศ

การทำบูชาแบบเรียบง่าย